เวลาโมโม่'s profilegg's worldPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
gg's worldเวลาโมโม่
|
August 14 We Vote NoMarch 23 Thanks googleวันนี้มีเรื่องดีๆแต่เช้า
เมื่อวานเราได้รับเมลจากเพื่อนเก่า เป็นเมลแบบเหนียมอายเล็กน้อย ประมาณอยากให้เราติดต่อกลับ
วันนี้เราได้รับเมลฉบับยาวขึ้น บอกเล่าความรู้สึกคิดถึง นึกถึงกันมากมาย แต่ไม่รู้จะติดต่อกันได้ยังไง
แล้ว google ก็บันดาลให้เกิดขึ้นได้ เธอไป search หาใน google เจออีเมลเรา เราก็เลยต้องสารภาพไปว่าเราก็เคย search
หาหนทางติดต่อเธอเหมือนกัน แต่ไม่สำเร็จ
วันก่อนน้องคนหนึ่งที่เรารักมากก็เล่าให้ฟังว่า google มีบุญคุณใหญ่หลวงเพราะช่วยตามหาพ่อให้เธอจนเจอด้วย ประมาณว่าเธอพ่อกับแม่เลิกกันตั้งแต่ยังเด็ก แล้วแม่ก็ไม่อยากให้ติดต่อกับพ่อ
แต่ในที่สุด google ก็บันดาลให้เป็นจริง เธอเลยโทรติดต่อไปหาพ่อ ยังเหนียมๆเก้อกระดากกันอยู่บ้าง แต่ที่สุดแล้วมันมีความยินดีและความอิ่มเต็ม กับบางอย่างที่ขาดหายไปในชีวิต รูโหว่ข้างในมันได้รับการสะกิดให้ถมให้เต็มตื้นขึ้นมา
น่าสนใจว่าเราแต่ละคนทำใครหล่นหายไปในระหว่างทางของชีวิต google ได้ทำหน้าที่เชื่อมต่อ connection ล่องหนที่มันอยู่ซักที่ไหนในจักรวาล ให้เกิดขึ้นได้
Thanks google March 16 นาครเขษม สักวันคุณจะไปที่นั่น
"รู้จักนาครเขษมมั้ย" ถ้าคำตอบคือ "ใช่" คุณมีคุณสมบัติพอที่จะอ่านหนังสือเล่มนี้ได้
แต่ถ้าคุณเป็นพวกเดียวกับ "..ผู้ชายชอบใส่เสื้อผ้ายับ เดินหลังค่อม มีพุง หัวล้าน ผมหงอก ส่วนผู้หญิงชอบพันผ้าพันคอทั้งที่ไม่ใช่หน้าหนาว หน้าท้องยื่นทั้งที่กินน้อยไม่เป็นสิวแล้ว แต่เป็นฝ้าและตกกระแทน...ฯลฯ..." คุณจะอ่านหรือไม่อ่านเล่มนี้ก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นพวกติดนิสัยชอบส่องกระจกดูตัวเองรึเปล่า
ถ้าใช่ก็คงเปิดอ่านซ้ำๆ
จริงๆ แล้วหนังสือเล่มนี้เหมาะกับคนที่อาจจะลืมไปแล้วว่าโลกนี้มี 'นาครเขษม' อยู่
แล้ว 'นาครเขษม' คืออะไร?
ง่าย ๆ 3 ข้อที่บอกความเป็นนาครเขษม คือ - ที่นาครเขษมไม่มีคนอายุน้อยกว่า 40 - ชาวนาครเขษมทุกคนชอบถอนหายใจ - ของอย่างหนึ่งเคยเป็นอีกอย่างหนึ่งเสมอ เช่น กระถางต้นไม้ที่เคยเป็นกระป๋องใส่นมผงมาก่อน
ช่างสะท้อนคำพูดติดปากของพี่มาโนชเจ้าของร้านขายของเก่า ที่ว่า.. "ของใหม่วันหนึ่งก็ต้องกลายเป็นของเก่า แต่ของเก่ายังไงก็ยังเป็นของเก่า"
คนแบบไหนกันที่ลืมไปว่าโลกนี้มีนาครเขษม ?!? คือคนแบบที่กำลังอยู่ในนาครเขษมในปัจจุบัน และดูเหมือนว่าการมาถึงของทุกคนที่อยู่ในนาครเขษม คล้ายกับว่า "มาได้เอง" แบบไม่ต้องเลือกปลายทาง หรือหากพยายามเลือกปลายทางให้เป็นที่อื่น "ก็เป็นไปไม่ได้ซะด้วย"
เหมือนกับ "วิชัย" หนักงานออฟฟิศที่ต่อมเหงื่อไม่ทำงานและอวัยวะเพศใช้การไม่ได้ พลัดหลงมาที่นาครเขษมในวันที่เขาอายุครบ 40 ปี
ผู้หญิงลึกลับที่มีฝ้ารูปแผนที่แอฟริกาที่ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นรอยฝ้าเล็กๆ แค่แผนที่เกาะสมุย เธอมักคุยตอบผู้คนด้วยการสูบบุหรี่เข้าออก และเสียงถอนหายใจ "เฮ้อ"
คุณนิตยาเจ้าของร้านกาแฟร้านเดียวในนาครเขษมที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นพนักงานบริษัทมาก่อน ปัญหาของคุณนิตยาคือเป็นคนที่ทำอะไรเร็วเกินไป
น้าปรีชาผู้ตามหาหน้า 23 ที่หายไป ผู้ที่ชีวิตไม่เคยล้มเหลว เพราะแกไม่เคยประสบความสำเร็จ น้าปรีชารู้สึกปลอดภัยเสมอที่ได้เป็นคนกลางๆ จนกระทั่งถึงวันที่แกอายุครบ 40 ปี
คุณดำรงผู้ไม่เคยมีเวลาว่าง ผู้ที่มักจะถามคนในนาครเขษมด้วยประโยคซ้ำๆว่า "คุณยังพอมีเวลาว่างอีกไหม ผมจะเล่าให้ฟังว่าชีวิตผมมันยุ่งขนาดไหน"
และคุณอนันต์ผู้อยากมีบ้านเล็กๆ ที่บ้านนอก เป็นคนอายุ 40 เพียงคนเดียวที่ไม่ได้อยู่ในนาครเขษม และเป็นเพียงคนเดียวที่พยายามส่งจดหมายสมัครงานตลอดเวลา และทำทุกอย่างเพื่อที่วันข้างหน้าจะไม่ต้องมาอยู่ที่นาครเขษม
ถ้าอดีตบอกอนาคต ชีวิตของผู้คนในนาครเขษมน่าจะเป็นการฉายภาพอนาคต เพื่อให้เราเห็นปัจจุบันซึ่งวันหนึ่งมันจะเป็นอดีต
ให้เราสำรวจค้นหามองเข้าไปในปัจจุบันของตัวเองให้ถี่ถ้วนว่า “อะไรหายไปในชีวิต”
เริ่มต้นจากแบบฝีกหัดง่ายๆ ด้วยจดหมายฉบับนี้
เ ค รื่ อง พิ ม พ์ ดี ด ที่ ไ ม่ มี ตั ว ั น ก็ เ ห มื อ น ฉั น ที่ ไ ร้ ร า ค า ท้ อ ง ้ า ไ ม่ ไ ด้ เ ป็ น สี ้ า แ ต่ เ ป็ น สี ก ช้ ำ ด ำ เ ขี ย ว เ ห มื อ น ฝ้ า รู ป แ ผ น ที่ แ อ ริ ก า ส ถ า นี ร ถ ไ ไ ม่ มี ร ถ ไ ร า ง ร ถ ไ วิ่ ง ไ ป ที่ สุ ด ข อ บ ้ า
ลา ก่ อ น. . .
เราคงพูดอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ นอกจากฝากไปถึง "คอยนุช" ผู้นำนาครเขษมมาเปิดโปง หวังว่าเวลาเดินกระทบไหล่กันในนาครเขษม เราจะได้ยิ้มให้กัน
และขอบคุณที่บอกให้เรารู้ว่า ชีวิตไม่เคยสายเกินไป เราแก้ไขปัจจุบันได้เสมอ ตราบเท่าที่มันยังเป็นปัจจุบัน แม้ว่าจะเป็นปัจจุบันของคนแก่อายุ 40 ก็ตาม
เพราะของใหม่วันหนึ่งก็ต้องกลายเป็นของเก่า และที่นาครเขษม...ของอย่างหนึ่งเคยเป็นของอีกอย่างหนึ่งมาด้วยกันทั้งนั้น
เฮ้อ ! March 06 เรื่องเล่าของสาวHot (ควันโขมง)เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 9.30
บนรถโดยสารสาย 57 สายที่สภาพรถเก่าและดูหมดสภาพแล้วทุกคันในย่านฝั่งธนฯ
เราเลือกใช้รถเมล์สายนี้เพราะสะดวกดี ที่นั่งว่าง รถมาเยอะ และได้มีลุ้นระหว่างทาง พอขำๆ
และได้ขำจัดก็วันนี้เอง
ขณะที่สาวเรื่อยเปื่อยอย่างเรากำลังฟังเพลงเย็นๆจากคลื่นกรีนเวฟ (สลับโฆษณาซึ่งรู้สึกเยอะขึ้น จนชักรำคาญ)
กระปี๋รถก็ส่งเสียงภาษาต่างถิ่นของชนชาติผู้ยิ่งใหญ่ เราฟังไม่ทัน รู้ตัวแค่ว่า ควรตกใจและลุกจากเบาะนั่งที่กำลังสบายอารมณ์
ก่อนจะพบว่า...
ใต้เบาะนั่งของเรามีควันบางๆลอยออกมา กระปี๋สาวหลังจากพอสงบสติอารมณ์ได้ ก็อรรถาธิบายอย่างมีอารมณ์ว่า
"ไอ้นี่มันช๊อตมาก่อน แต่(ไอ้) คนขับมันก็ยังรับผู้โดยสารมาเรื่อยๆ"
(เราได้ยินคนขับฝากฝังผู้โดยสารไว้กับ พขร.ของ สาย 57 ที่ไล่หลังตามกันมา ฝากกันมาตั้งแต่ป้ายรถเมล์ฝั่งตรงข้ามเดอะมอลล์ท่าพระแล้ว
เอะใจนิดหน่อย แต่ก็ประสาคนเรื่อยเปื่อย)
เมื่อได้จังหวะจอดรถติดนิดหน่อย คนขับก็เดินองอาจมาที่เบาะซึ่งมีควันออกมา เปิดกล่องใต้เบาะ
มันคือ...
กล่องแบตเตอรี่ เธอทุบๆ กระทืบอีกเล็กน้อย ก่อนจะปิดเบาะแล้วขับรถต่อไป (ระหว่างนั้นมีผู้โดยสารแถวหน้า ซึ่งดูเหมือนว่าจะรู้เรื่องเครื่องยนต์
ยื่นหน้าออกไปร่วมสังเกตการณ์ใกล้ชิด ส่วนเรานั่งติดประตู เกาะเสาทางลงไว้ กะว่าถ้าท่าไม่ดี สาวเรื่อยเปื่อยอย่างเราก็ว่องไวได้ล่ะวะ)
ขับมาได้อีกไม่เกินสองป้ายรถเมล์ เดชะ เวร! หรือ บุญ! ไม่รู้ รถก็เกิดใจเสาะสะอึกและดับไปซะงั้น
แล้วคราวซวยของสุภาพบุรุษทั้งหลายก็เกิดขึ้น
เมื่อยอด พขร. ได้กล่าวขอร้องอย่างสุภาพว่า "ช่วยกันเข็นหน่อยนะครับ จะได้ไปกันเร็วขึ้น"
เรากลายเป็นหญิง เอ๋อ! ไปชั่วขณะ
ขณะที่ผู้โดยสารบนรถก็มีอาการ งง เอ๋อๆ ถ้วนหน้ากัน
ก็ได้เขาอีกล่ะค่ะ (จำผู้โดยสารแถวหน้าที่ร่วมสังเกตการณ์ใกล้ชิด ตอนคนขับซ่อมควันใต้เบาะได้ไหมคะ)
มันละคะ (เดาว่าผู้โดยสารชายหลายคนคงแอบคิดในใจ แม้การคิดเช่นนี้จะไม่แมนเท่าไหร่ก็ตาม)
เดินลงจากรถเป็นคนแรก ตรงรี่ไปที่ท้ายรถ พร้อมเข็น ผู้โดยสารชายคนอื่นๆ ก็เลยต้องสาวเท้าก้าวตามไป
ทันทีบ้าง รีรอแบบลังเลบ้าง
ผู้โดยสารที่เหลือบนรถจึงเป็น ผู้ที่อยู่ในรายการ "โปรดเอื้อเฟื้อแก่ เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ"
เราอาศัยเกาะสถานะสตรีนั่งเฉยอยู่บนรถ แต่ก็แอบช่วยโดยการแขม่วพุงช่วยลดภาระน้ำหนักไว้เล็กน้อยตอนที่สุภาพบุรุษทั้งหลายต้องเข็นรถเมล์
หลังจากพยายามเข็นกันอยู่สองจึ๊ก ก็ยังไม่เป็นผล
กระปี๋สาวของเราก็ส่งเสียงเด็ดขาดสั่งยอดคนขับเราว่า "พอแล้ว หักรถหลบก็พอ ให้ผู้โดยสารต่อคันหลัง"
เราได้ยินเสียงถอนหายใจและปรบมือในใจของผู้โดยสารทั้งหลายให้แก่กระปี๋สาว
โอ้ว..เธอนี่สิสาวHot ตัวจริง
(เฮ้อ เพิ่งนึกได้ ทำไมเราไม่ถ่ายรูปมาด้วยนะ)
March 05 ความลับของหัวใจHead อันที่จริงมันคือที่มาของคำว่า "หัวใจ"
เพราะมันเป็นหนึ่งเดียวกันซะจนเราไม่สามารถแยกมันออกได้
เราคิดว่าเราเพิ่งเข้าใจค่ะ
เมื่อใช้ "ใจ" มากไป ก็ปวดหัว และยิ่งใช้ "หัว" มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งปวดใจ กำลังพยายามใช้ "หัวใจ" ให้เป็น March 04 Sonata
"เลนินเคยพูดว่า ถ้าเค้าได้ฟังโซนาต้าของบีโธเฟ่นก่อน คงปฏิวัติไม่สำเร็จ"
เป็นประโยคในหนังเรื่อง The Lives of Others ได้ดูเมื่อวาน ชอบมาก
มันมีความสุขลึก เศร้าลึก และความหวังได้ในความเป็นมนุษย์ ที่จะร่วมรับรู้ในความเศร้าอันลึกเร้น
และทำให้มนุษย์บางคนทำอะไรไปไกลกว่าขอบที่เราเคยคาดหวัง
เรากำลังฟัง โซนาต้า เราเข้าใจที่เลนินพูด เรารัก HGW ที่กำลังเปิด/ปิดซองจดหมาย
เดินลากรถเข็นบรรจุไปรษณีย์หย่อนซองจดหมาย เอกสาร พัสดุ
(ที่อาจบรรจุความหวังได้ในเพื่อนมนุษย์) ไปส่งยังที่ต่างๆ
ในทุกฝีก้าวอันหนักแน่นมั่นคง โซนาต้าเดินทางไปด้วยเสมอ
**
รายละเอียด The Lives of Others
ฟัง Sonata
March 03 หินก้อนนั้น บนทุ่งหญ้า ยอดเขา
ทุ่งหญ้า บนยอดเขา ที่เป็นรอยต่อระหว่างสวิสฯและฝรั่งเศส
เราไปเที่ยวคนเดียวหลังจากประชุมที่เจนีวาเสร็จ เป็นครั้งแรกที่ไปเห็นทุ่งหญ้ากว้างสุดลูกหูลูกตาบนยอดเขา เราเดินเล่นบนนั้น การอยู่คนเดียวบนที่โล่งกว้างและมองไม่เห็นปลายทาง มันให้ความรู้สึกที่ประหลาดมาก เริ่มจากความตื่นตาตื่นใจ ผ่อนคลาย รับรู้ว่าตัวเองเป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆบนโลกนี้เท่านั้น ดื่มด่ำและมีความสุขอยู่ซักระยะหนึ่ง
จนเริ่มเมื่อยและเหลียวมองหาที่พักระหว่างทาง มองไม่เห็นและไม่รู้ว่าทางเดินมันไปสิ้นสุดที่ตรงไหน
เราเริ่มกลัวนิดหน่อย กลัวว่าเราจะหลงทางบนทุ่งกว้างนั้น กลัวว่าจะกลับลงมาไม่ได้ และอากาศก็เริ่มเย็นลง เสื้อผ้าที่ใส่ไปก็ไม่น่าจะทนกับอากาศไหว เราเริ่มมองหาบางสิ่งนอกจากต้นหญ้า เราเจอก้อนหินนี้วางตัวเองอย่างสงบนิ่ง เราอาศัยเป็นที่นังพักเมื่อย และก็แอบบันทึกความนิ่งสงบของมันท่ามกลางโลกใหญ่ใบกว้าง มันเป็นก้อนหินที่ธรรมดามาก แต่มันอยู่ในความรู้สึกและทรงจำของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความนึกรู้ว่ามนุษย์เราเล็กจ้อยเพียงใด January 11 It's all about life.
ไม่มีคำพูดอะไรจะบอก
January 03 เตรียมไปลาวเอาแบบง่ายๆนะ แค่เอาเมลที่ตอบโต้กันไปมามาวางง่ายๆก่อนไม่มีเวลาจัดให้ดีๆ ไว้ว่างค่อยมาทำนะ >-----Original Message----- >From: Kusra Mukdawijitra [ mailto:kuskamawan@hotmail.com]>Sent: Wednesday, December 27, 2006 6:58 AM >To: pluemrudeea@aii.co.th; chiranuch@prachatai.com; post@jeducation.com >Subject: RE: ลาว > >ไม่กล้าถามอะไรต่อ แต่รำพึงมาซะเห็นภาพเลยนะแก > >จิ๋วกับน้องจูนเกิดกันเมื่อไหร่น่ะ บอกมาหน่อยฉันไม่เคยจำได้เลย >แต่ตอนนี้อยากรู้ว่าราศีอะไร มันแปลกดีน่ะ >ที่คนรักดีเทลกับคนดีเทลหลวมคบกันมาได้เป็นสิบปี
อันนี้ของน้องจูน เฮ้อ บ้าฉิบ ถ้าราศีกันย์ อย่างนังติ๊กกะนังเอ๋งเป็นพวกขาดดีเทลไม่ได้ ราศีน้องจี...จะเป็นยังไงน้า สงสัยเป็นประเภท ...แม้จะยังไม่มี detail ซักนิดเดียว มันคงคิดว่ามันมีครบทุกอย่างแล้วแหง๋ๆ
----- Original Message ----- From: "Kusra Mukdawijitra" <kuskamawan@hotmail.com> To: <pluemrudeea@aii.co.th>; <chiranuch@prachatai.com>; <post@jeducation.com> Sent: Tuesday, December 26, 2006 9:59 AM Subject: RE: ลาว
> ด่าเจ็บจังเลยจิ๋ว .. น้องจูนคงแสบไปหลายวันนิ เอ๋ ..แกทำให้ฉันไม่กล้าถามหรือบอกอะไรเพิ่มเลย แต่ถึงไงก็ฉันว่า ถ้าไม่รู้เลยมันอาจได้ตาย (ดาบหน้า) สมใจนะ ว่าแต่ หนาวเท่าฮานอยเลยเหรอ น้ำอุ่นก็คงไม่มีให้อาบ สงสัยไม่ต้องเอาสบู่กะแชมพูไป เพราะคงไม่ต้องใช้ -----Original Message----- From: Chiranuch [ mailto:chiranuch@prachatai.com]Sent: Tuesday, December 26, 2006 12:01 PM To: post@jeducation.com; kuskamawan@hotmail.com; ปลื้มฤดี อัครจันทโชติ Subject: Re: ลาว น้องจูนบ้า
อันนี้เมลนังเอ๋ > เมลนังติ๊กตลกสุด สะท้อนตัวแกดีจังเลย ฉันอ่านไปเห็นภาพแกเกาหัวไป > แบบว่าหนาวมั้ยวะ แล้วจะทำอะไรที่นั่น หรือจะไปนอนตายฯลฯ > คำถามแบบพวกราศีกันย์แท้ๆเลยติ๊กเอ๊ย.. ชีวิตอยู่ไม่ได้ถ้าขาดดีเทล > เหมือนฉันเลย แง.. > หนาวแน่ๆแก เดือนนี้น่ะ ลองนึกถึงตอนฮานอยดิ ต้นปีฉันไปหนองคาย > เดือนกุมภานะ > ยังหนาวแทบแย่ ห้ามลืมกล้องนะเฟ้ย.
ส่วนอันนี้สั้นๆแต่สุดยอดของนังติ๊ก ปวดขี้ตอนกลางคืนทำไง -----Original Message----- From: chiranuch [mailto:chiranuch@prachatai.com] Sent: Monday, December 25, 2006 2:31 PM To: ปลื้มฤดี อัครจันทโชติ; post@jeducation.com; 'Kusra Mukdawijitra' Subject: RE: ลาว วันแรกที่เวียงจันท์น่าจะไปเที่ยวตามที่ต่างๆได้อยู่ พวกแกอยากไปไหนมั่งอ่ะ ใน เวียงจันท์ ชั้นเคยไปมาแล้ว ฉะนั้นแล้วแต่พวกแกเลือกละกันนะ ส่วนที่พักที่บ้านปาโก้นั้น ที่พักไม่มีแอร์(แปลว่าไม่มีฮีตเตอร์เช่นกัน) ไม่มี พัดลม มีไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งพอสำหรับหลอดไฟให้แสงสว่างยามค่ำ มีเปลให้นอนอ่านหนังสือโกรกลมอยู่ และเนื้อแห้งทอดแสนอร่อย ตามคำโฆษณาพี่รุจน์ เตรียมเครื่องกันหนาวไปให้พอก็น่าจะดีจ้ะ -----Original Message----- From: ปลื้มฤดี อัครจันทโชติ [mailto:pluemrudeea@aii.co.th] Sent: Monday, December 25, 2006 2:24 PM To: chiranuch; post@jeducation.com; Kusra Mukdawijitra Subject: RE: ลาว ไปถึงแค่อุดรนะ ต้องหารถต่อไปเวียงจันทน์อีกที ตกลงเราไม่ตุหรัดตุเหร่ไปไหนใช่มั้ย จะได้เตรียมเสื้อผ้า และอุปกรณ์ในการนอนตายได้ถูก ถ้าไปเที่ยวโน่นนี่ จะได้ไม่แบกหนังสือไปเยอะ แกว่าไอ้บ้านเนี่ย ลมโกรกมากมั้ยวะ น้องฉันไปสวนผึ้งวันเสาร์ที่ผ่านมา กลับมาบอกว่ากลางคืนแทบจะแข็งตาย ขนาดใส่เสื้อ 4 ชั้น พร้อมหมวกไอ้โม่ง .. วันที่ 28 ฉันจะไปได้ตอนดึกเลย เพราะต้องรอฉลองปีใหม่ของบริษัทเสร็จ จะให้ตามไปบ้านเลย หรือรอเจอที่ออฟฟิศ -----Original Message----- From: chiranuch [mailto:chiranuch@prachatai.com] Sent: Monday, December 25, 2006 1:26 PM To: post@jeducation.com; ปลื้มฤดี อัครจันทโชติ; 'Kusra Mukdawijitra' Subject: RE: ลาว ตกลงว่าไปนอนบ้านแกแหละ แล้วจะให้ไปเจอแกที่ออฟฟิศก่อน หรือเจอที่ไหน (28 เย็น) ส่วนเรื่องเอกสารการเดินทางเข้าไป สะดวกที่สุดคือถ้าใช้พาสปอร์ต ก็ไม่ต้องไป เสียเวลาทำใบผ่านแดน และเสียตังค์น้อยกว่า เพราะฉะนั้นกรุณาพกพาสปอร์ตไปกันด้วย ตอนนี้ที่พักบ้านปาโก้ ที่เราจะไปนอนสงบๆ เล่นน้ำได้ (ถ้าไม่กลัวหนาว) ชั้นจอง เรียบร้อยแล้ว เหลือที่เวียงจันท์กำลังจะโทรจอง หวังว่าจะโชคดี ตั๋วเดินทางขาไป เข้าใจว่าติ๊กจัดการเรียบร้อยแล้ว เหลือขากลับ คงต้องไปลุ้นกัน ที่จะไม่ต้องนอนค้างแถวอุดรฯหรือหนองคายอีกคืน จิ๋ว
-----Original Message----- From: post@jeducation.com [mailto:post@jeducation.com] Sent: Thursday, December 21, 2006 10:31 PM To: ปลื้มฤดี อัครจันทโชติ; Kusra Mukdawijitra; chiranuch@prachatai.com Subject: Re: ลาว โห....ไปประชุมกลับมาไม่กี่ชั่วโมง กลับมาพวกแกเดินหน้าไปไกลเชียวน้า นอนที่ออฟฟิศชั้น ไม่มีที่อาบน้ำนะเฟ้ย ถ้าพวกแกทนได้ก็เอา ถ้าทนไม่ได้ก็ไปนอนที่บ้านชั้น พรุน ----- Original Message ----- From: "ปลื้มฤดี อัครจันทโชติ" <pluemrudeea@aii.co.th> To: "Kusra Mukdawijitra" <kuskamawan@hotmail.com>; <chiranuch@prachatai.com>; <post@jeducation.com> Sent: Thursday, December 21, 2006 5:40 PM Subject: RE: ลาว
> เออว่ะ เต็มจริงด้วย > โทรไปเช็คบขส.หนองคาย เต็มหมดแล้วทั้งวันที่ 1 และ 2 > ส่วนบขส.อุดร ต้องไปซื้อหน้างาน ไม่ขายล่วงหน้า รถออก 2 ทุ่ม > (ทำไมไม่ใช้นโยบายเดียวกันวะ หรือที่หนองคายมั่วฉัน) > แต่ของบริษัทอื่นยังไม่ได้เช็ค > > -----Original Message----- > From: Kusra Mukdawijitra [mailto:kuskamawan@hotmail.com] > Sent: Thursday, December 21, 2006 5:16 PM > To: ปลื้มฤดี อัครจันทโชติ; chiranuch@prachatai.com; > post@jeducation.com > Subject: RE: ลาว > จองสิแก ขอกลับก็คนเป็นล้าน รถวีไอพีนี่บางทีเต็มได้นะเว้ย > เออๆ เอากล้องไปด้วยนะ ส่งรูปมาหน่อย > หนองคายก็เอ็นจอยแล้วแก เดินจากตลาด (ตลาดอะไรวะ > ที่มันขายของนักท่องเที่ยวน่ะ?) ทางทางร้านแหนมเนือง ตรงมาเรื่อยๆ > มีร้านส้มตำเล็กๆอร่อยมาก ถามใครๆก็รู้จัก ไก่ย่างก็อร่อย > ฉันว่าดีกว่ากินแหนมเนืองอีก อ้อ..ในเมืองมีร้านไส้กรอกเยอรมัน > ขอบอกว่าแท้เลย > ไส้กรอกอร่อย หนมปังทำเอง เบียร์เจ๋ง ซาวเวอคราวท์ก็มี > แถมทำมันฝรั่งอร่อยอีกต่างหาก ว่าแต่ > พวกแกจะได้ไปแหมะที่หนองคายกันเปล่าวะเนี่ย? > >>From: ปลื้มฤดี อัครจันทโชติ <pluemrudeea@aii.co.th> >>To: "chiranuch" <chiranuch@prachatai.com>,<post@jeducation.com>,"Kusra >>Mukdawijitra" <kuskamawan@hotmail.com> >>Subject: RE: ลาว >>Date: Thu, 21 Dec 2006 17:01:36 +0700 >> >>ตกลง สรุปว่าไปสิงที่บ้านหรือที่ทำงานพรุน >>จองตั๋วเสร็จแล้ว 3 ชีวิต ช่วยกันจำข้อมูลด้วย >>นกแอร์ DD9200 กรุงเทพ-อุดร 6.00-7.05 >>รหัสจอง 2261107 >>ถ้างั้นเราตีรถไปเวียงจันทน์ตอน 7โมงครึ่งก็ได้เนอะ >>เดี๋ยวฉันไปถามทีมงานก่อนว่าต้องไปขึ้นที่ไหน >>จิ๋ว แกรับช่วงต่อตั้งแต่เวียงจันทน์เลยนะ >>เพื่อนๆ มีคนเขาบอกว่าหนาวมากๆเลย >>พระเลิกบิณฑบาตแล้วเพราะทนไม่ไหว >>ขนาดปลาตายคาน้ำด้วย >>เพราะงั้นอย่าลืมเอาเสื้อหนาวไป >>.. >>แล้วต้องจองรถขากลับมั้ย หรือไปเจอหน้างาน >>เอ๋ .. สรุปว่างานนี้ไม่มีถอยแล้วเฟ้ย >> >>-----Original Message----- >>From: chiranuch [mailto:chiranuch@prachatai.com] >>Sent: Thursday, December 21, 2006 4:26 PM >>To: ปลื้มฤดี อัครจันทโชติ; post@jeducation.com; 'Kusra Mukdawijitra' >>Subject: RE: ลาว >> >>ให้แกตัดสินใจเลยไง บ้านชั้นนอนไม่ได้หรอก นอนบ้านหรือออฟฟิศน้องจูนละกัน >>ชั้น >>ไปนอนด้วยจะได้ออกไปสนามบินพร้อมกัน หรือจะมานอนออฟฟิศชั้นก็ได้ >>เดี๋ยวจะปัด >>กวาดถูไว้ให้จ้า แกจองไปเลย เรื่องที่นอนไม่ต้องห่วง >> >>-----Original Message----- >>From: ปลื้มฤดี อัครจันทโชติ [mailto:pluemrudeea@aii.co.th] >>Sent: Thursday, December 21, 2006 3:42 PM >>To: chiranuch; post@jeducation.com; Kusra Mukdawijitra >>Subject: RE: ลาว >> >>ไปอันไหนล่ะเว้ย แอร์เอเชีย 6 โมง หรือ นกพลัส 6โมง45 >>พวกแกต้องบอกมาก่อนว่าใครจะให้ฉันไปค้างด้วย >>แล้วขากลับจะเอาไงกัน หรือช่างมันก่อน >>อย่างมากก็หาโรงแรมแถวอุดร หนองคายนอนอีกคืน >> >>-----Original Message----- >>From: chiranuch [mailto:chiranuch@prachatai.com] >>Sent: Thursday, December 21, 2006 3:15 PM >>To: post@jeducation.com; ปลื้มฤดี อัครจันทโชติ; 'Kusra Mukdawijitra' >>Subject: RE: ลาว >> >>เออ ลืมไปเลย น้องจูนรอบคอบมาก ชื่อชั้นนะ Chiranuch Premchaiporn >> >>-----Original Message----- >>From: post@jeducation.com [mailto:post@jeducation.com] >>Sent: Thursday, December 21, 2006 3:14 PM >>To: chiranuch; 'ปลื้มฤดี อัครจันทโชติ'; 'Kusra Mukdawijitra' >>Subject: Re: ลาว >> >>แกจัดการกันไปเลยหว่ะ >>เพราะวันนี้ชั้นมีประชุมข้างนอก >>เดี๋ยวจะไม่กลับมาออฟฟิศแล้ว >>ชั้นกลับจากเกาะกูดวันที่ 28 เย็น >> >>ชื่อภาษาปะกิต Panwipa Puapongsakorn >>พรุน >> >>----- Original Message ----- >>From: "chiranuch" <chiranuch@prachatai.com> >>To: "'ปลื้มฤดี อัครจันทโชติ'" <pluemrudeea@aii.co.th>; >><post@jeducation.com>; "'Kusra Mukdawijitra'" <kuskamawan@hotmail.com> >>Sent: Thursday, December 21, 2006 2:57 PM >>Subject: RE: ลาว >> >> >> > ติ๊กแกจัดการเรื่องตั๋วเครืองบินขาไปเลย ชั้นได้ทุกเวลา >>มีน้องจูนแหละที่ต้อง >> > เช็คว่ามันไปเช้าได้มั้ย เพราะเข้าใจว่าเธอเพิ่งกลับจากเกาะกูด >> > เห็นด้วยว่าใช้รถทัวร์ขากลับ >> > >> > จิ๋ว >> > >> > -----Original Message----- >> > From: ปลื้มฤดี อัครจันทโชติ [mailto:pluemrudeea@aii.co.th] >> > Sent: Thursday, December 21, 2006 2:57 PM >> > To: chiranuch; post@jeducation.com; Kusra Mukdawijitra >> > Subject: RE: ลาว >> > >> > ถ้าจะใช้บริการรถทัวร์ เสนอให้เป็นขากลับ >> > เพราะน่าจะมีเวลากลับให้เลือกได้หลาก >> > หลายมากกว่า >> > รถจากอุดร - กรุงเทพ ของบขส (แต่ไม่รู้เต็มยัง) มีออกตอน 2 ทุ่ม >> > (มั้ง) >> > ดูเวลาแล้วงง เพราะมันลงไว้ว่าต้นทาง 22.00 ปลายทาง 20.00 >> > ไม่รู้แปลว่าอะไร >> > ใช้เวลาเดินทาง 9 ชั่วโมง VIP 24 ที่นั่ง 640 บาท >> > ละก็เห็นมีรถบขส.จากหนองคาย-เวียงจันทน์-หนองคาย >> > กะอุดร-เวียงจันทน์-อุดร >> > ด้วย >> > ถ้าเวียงจันทน์ - หนองคาย มีรอบ7.30 / 10.30 /15.00 >> > /18.00(หนองคายไปอุดรก็เวลา >> > เดียวกัน) >> > เวียงจันทน์ - อุดร มีรอบ 7.30 /9.30 /15.00 /17.00 (เหมือนกัน) >> > (เข้าไปดูweb ของบขส.www.transport.co.th) >> > ส่วนเที่ยวบินของแอร์เอเชียที่เช็คใน web วันศุกร์ที่ 29 มี 6.45 >> > ไปถึง >>7.45 >> > ราคา 1,050 แต่รู้สึกค่าธรรมเนียม / ภาษี จะแพงกว่านกแอร์ >> > ละอีกทีก็เย็นเลย 16.15 - 17.15 ราคา 950 >> > ของนกจะมีนกพลัส รอบ 9.20 -10.25 ราคา 2,056.07 (วันที่ 29 >>เหมือนกันส่วนราคา >> > ปกติเต็ม) >> > .. >> > ถ้าไปเที่ยวบิน 6 โมงเช้า ฉันไปนอนบ้านพวกแกก่อนได้มะ >> > ออกแต่มืดมีหวังแม่ต้องเกณฑ์ให้ใครซักคนในบ้านไปส่งฉันแน่ๆ >> > >> > -----Original Message----- >> > From: chiranuch [mailto:chiranuch@prachatai.com] >> > Sent: Thursday, December 21, 2006 2:19 PM >> > To: ปลื้มฤดี อัครจันทโชติ; post@jeducation.com; 'Kusra Mukdawijitra' >> > Subject: RE: ลาว >> > >> > ชั้นเช็คแล้วนกแอร์มีอีกที่ ได้ไฟลท์ที่ดี >> > ราคาที่ยังไม่รวมภาษีต่างๆอีก >>500 >> > บาท ขาไปมี 1556 (6 โมงเช้า) ขากลับมี 10.50 (ราคา 1275) และเวลา >> > 13.50 >>ราคา >> > 1462 บาท รวมแล้วก็น่าจะร่วมสี่พัน หรือเราไปด้วยรถทัวร์กันขานึงมั้ย >> > >> > จิ๋ว >> > >> > -----Original Message----- >> > From: ปลื้มฤดี อัครจันทโชติ [mailto:pluemrudeea@aii.co.th] >> > Sent: Thursday, December 21, 2006 1:38 PM >> > To: chiranuch; post@jeducation.com; Kusra Mukdawijitra >> > Subject: RE: ลาว >> > >> > ถ้าจะไปโลว์คอสท์ต้องไปที่อุดร (คิดว่ามีเยอะ) >> > แล้วนั่งรถต่อไปหนองคายอีก >> > ประมาณ 60 โล >> > ตอนนี้วันที่ 29 ว่างแล้ว ไปตั้งแต่เช้าก็ได้ >> > >> > -----Original Message----- >> > From: chiranuch [mailto:chiranuch@prachatai.com] >> > Sent: Thursday, December 21, 2006 12:38 PM >> > To: ปลื้มฤดี อัครจันทโชติ; post@jeducation.com; 'Kusra Mukdawijitra' >> > Subject: RE: ลาว >> > >> > ไม่ได้ตอบเพราะคิดว่ารู้แล้ว แต่ตอนนี้ต้องบอกว่ายังไม่รู้ >> > เพราะเพิ่งส่งจองที่ >> > พักไป ไม่รู้ว่าว่างมั้ย ถ้าว่างก็ต้องหาวิธีเดินทางไปให้ถึง >> > >> > ที่เราจะไปเป็นรีสอร์ตอยู่ริมน้ำงึม เป็นแม่น้ำสายหนึ่งในลาว >> > ห่างออกไปจากเวียง >> > จันท์ประมาณ 40 กิโล เท่าที่เช็คตอนนี้รถไฟเต็มแล้ว >> > เครื่องบินโลว์คอสท์ไม่มีไป >> > อาจต้องไปรถทัวร์ >> > >> > แต่ถ้าที่พักไม่ว่าง เราอาจจะต้องมาร่วมกำหนดเส้นทางด้วยกันใหม่ >>ไม่อยากอยู่ >> > เมืองไทย เพราะกลัวผจญฝูงชนช่วงปีใหม่น่ะแก >> > แต่ถ้าหมดทางก็อาจจะมาดูด้วยกันอีก >> > ทีนะ นะ >> > >> > -----Original Message----- >> > From: ปลื้มฤดี อัครจันทโชติ [mailto:pluemrudeea@aii.co.th] >> > Sent: Thursday, December 21, 2006 12:06 PM >> > To: chiranuch; post@jeducation.com; Kusra Mukdawijitra >> > Subject: RE: ลาว >> > >> > พรุน.. เราควรจะเคยชินกับการเดินทางแบบไม่รู้อะไรเลยได้แล้วใช่มั้ย >> > ว่าแต่ไอ้ทริปเนี้ย ไปนอนตายแล้วก็อ่านหนังสือ >> > แบบไม่ต้องขยับก้นไปไหนเลยหรือไง >> > ทำม้ายยยยยยยยย..เมืองไทยไม่มีที่อ่านหนังสือหรือยังไง (ยะ) >> > .... >> > ถามจริงๆแล้ว ครั้งนี้ไปจ่อมอยู่ที่เดียว แล้วเที่ยวในระยะ 3 >> > กิโลเมตรโดยมี >> > โรงแรมเป็นจุดศูนย์กลาง >> > ถ้าไม่มีที่น่าสนใจก็ปักหลักกันในโรงแรมนอนอ่านหนังสืออย่างที่ว่า >> > หรือย้ายที่ไปเรื่อย >> > ไปกี่วัน >> > แล้วตกลงว่าไปเมืองไหน .. ถามครั้งที่ 3 แล้ว >> > อย่าบอกนะว่าที่ยังไม่ตอบเพราะไม่รู้ >> > ติ๊ก >> > >> > -----Original Message----- >> > From: chiranuch [mailto:chiranuch@prachatai.com] >> > Sent: Thursday, December 21, 2006 10:50 AM >> > To: post@jeducation.com; ปลื้มฤดี อัครจันทโชติ; 'Kusra Mukdawijitra' >> > Subject: RE: ลาว >> > >> > ชั้นกำลังเช็คพาหนะ และสถานที่พักที่ตั้งใจ ส่วนโปรแกรม หลักๆ >> > คือนอนอ่าหนังสือ >> > และกินเนื้อเค็มทอดแสนอร่อย ท่ามกลางธรรมชาติ อิอิ >> > >> > -----Original Message----- >> > From: post@jeducation.com [mailto:post@jeducation.com] >> > Sent: Thursday, December 21, 2006 10:46 AM >> > To: ปลื้มฤดี อัครจันทโชติ; chiranuch; Kusra Mukdawijitra >> > Subject: Re: ลาว >> > >> > เฮ้ย..ติ๊ก >> > แค่มีสมาชิกไปด้วยกัน ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วเฟ้ย >> > เพราะที่เหลือ.... ก็ไม่รู้อะไรเลย เหมือนทุกทีนี่หว่า >> > >> > พรุน >> > >> > >> > ----- Original Message ----- >> > From: "ปลื้มฤดี อัครจันทโชติ" <pluemrudeea@aii.co.th> >> > To: "chiranuch" <chiranuch@prachatai.com>; <post@jeducation.com>; >> > "Kusra Mukdawijitra" <kuskamawan@hotmail.com> >> > Sent: Thursday, December 21, 2006 10:08 AM >> > Subject: RE: ลาว >> > >> > >> >> ไปเย็น 29 เลยก็ได้ รถไปออกกี่โมง >> >> แต่ตกลงว่าไปไหนวะ >> >> >> >> .. เอ๋ โปรแกรมเที่ยวใกล้จะเป็นรูปเป็นร่างแล้วนะเฟ้ย >> >> อย่างน้อยสมาชิกทัวร์ก็มีเวลาว่างใกล้กันแล้ว >> >> เหลือแค่โปรแกรมทัวร์ >> >> พาหนะเดินทาง >> >> ที่พัก >> >> และอื่นๆ (แค่นั้นเอง) >> >> ติ๊ก >> >> >> >> -----Original Message----- >> >> From: chiranuch [mailto:chiranuch@prachatai.com] >> >> Sent: Tuesday, December 19, 2006 9:05 PM >> >> To: post@jeducation.com; 'Kusra Mukdawijitra'; ปลื้มฤดี อัครจันทโชติ >> >> Subject: RE: ลาว >> >> >> >> ติ๊ก >> >> >> >> ชั้นคุยกับไอ้พรุนแล้ว >> >> เนื่องจากว่าโปรแกรมไปกินแซลมอนของเพื่อนๆ >> >> ช่วงปีใหม่ที่จะไปแถวสมุทรสงครามชะลอ >> >> ไว้ไปหลังปีใหม่ รอให้บ้านขี้เกียจริมน้ำมันว่าง >> >> แต่เปลี่ยนเป็นไปหาที่กิน >> >> แถวกรุงเทพฯ วันศุกร์นี้แทน (ตามที่ชั้นจับความได้นะ) >> >> >> >> ชั้นจึงคิดว่าจะเดินหน้าเรื่องไปลาวต่อนะ แกบอกว่า 29 ยังไม่แน่ใช่มั้ย >> >> แต่ถ้า >> >> เดินทางด้วยรถไฟเย็น 29 แกคิดว่าได้มั้ย หรือควรเริ่มเดินทางวันที่ 30 >>ไปเลย >> >> >> >> เพราะที่ดีคือนั่งรถไฟไปหนองคาย แต่ถ้ารถไฟเต็มก็อาจต้องไปเครื่องบิน >> >> ซึ่งถ้า >> >> รถไฟแล้วออกเย็น 29 ได้ก็ดี แต่หากไปเครื่องก็ควรไปเช้าสามสิบแทน >> >> >> >> >>แล้วเดี๋ยวชั้นจะลองเช็คด้วยว่ารีสอร์ตที่จะไปพักมีที่ว่างพอสำหรับพวกเราไป >> > นอน >> >> ซักสองคืนมั้ย >> >> >> >> บอกมานะ >> >> >> >> จิ๋ว >> >> >> >> -----Original Message----- >> >> From: post@jeducation.com [mailto:post@jeducation.com] >> >> Sent: Monday, December 18, 2006 1:28 PM >> >> To: Kusra Mukdawijitra; pluemrudeea@aii.co.th; chiranuch@prachatai.com >> >> Subject: ลาว >> >> >> >> ชั้นจะบอกพวกแกว่า >> >> แกส่งเมล์เข้า post@jeducation.com ; june@lighthouse-info.com >>ดีกว่านะจ๊ะ >> >> เพราะ Hotmail ชั้นไม่ค่อยได้ใช้น่ะ >> >> >> >> จริง ๆ ชั้นไปไหนก็ได้แหล่ะ >> >> แต่ชั้นดันกระแดะตอบเมล์นังอี๊ดไปแล้วหว่ะ >> >> เพราะเห็นเมล์พวกแกช้ากว่าน่ะสิ >> >> >> >> ชั้นหยุดตั้งแต่ 29 ธันวา - 2 มกรา >> >> น้องจูน December 24 เวลาเดินไม่หยุดเวลาเดินไป ฉันเดินตาม
บางทีเวลาวิ่ง ฉันไล่กวดเวลา
นาฬิกาตาย!!! หยุดเดิน
แต่เวลาไม่ยอมหยุด
ฉันเหนื่อย...
ฉันตาย เวลายังเดิน...
December 10 บางบทสนทนากับเพื่อนต่างโลกหุหุ ดูเหมือนคุณจะมาจากโลกที่ดิฉันไม่คุ้นจริงๆ
ดิฉันสอบตกคณิตศาสตร์ตอน ม.3 (เป็นการสอบตกครั้งแรกในชีวิต ไม่นับวิชาพละและงานฝีมือ เฮ้อ!) ที่มหาวิทยาลัย D ตัวแรกก็มาจากวิชา เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น แล้วก็พาลเข็ดขยาดไปเลยรวมถึงไม่ค่อยกล้าเป็นเพื่อนกับคนที่เรียนเศรษฐศาสตร์เพราะรู้สึกว่าตัวเอง โง่ๆ พิกล เลยปิดการสื่อสารดีกว่า กว่าจะมารู้ว่า เศรษฐศาสตร์นี้หนามีคุณกับชีวิต และหนีมันยังไงไม่พ้น ฉะนั้นจงเดินชนให้รู้เรื่องและเข้าใจ ก็ไม่แน่ใจว่าจะสายเกินแกงรึเปล่า เอาเป็นว่าแค่พยายามเข้าใจแนวคิดและหลักการกว้างๆ ส่วนสูตรคำนวณทั้งหลาย ละไว้ในฐานที่ไม่เข้าใจ ก็พอสนุกได้อยู่ค่ะ
ส่วนเรื่องเอ็นจีโอ ในฐานะที่จับพลัดจับผลูมาอยู่แบบไม่ตั้งใจ (ก็ผ่านไปแล้ว 15-16 ปี) พบว่า.. เอ็นจีโอมีความแตกต่างและหลากหลายเกินกว่าจะนับเป็นแค่หนึ่งหน่วยที่เหมือนกันในสังคม มีเอ็นจีโอที่ดี แต่ไม่น่ารัก ไม่น่าคบหาด้วย มีเอ็นจีโอที่น่ารัก น่าคบหา แต่บางทียังมีเครื่องหมายคำถามเรื่องความดี (ขึ้นอยู่กับว่าใช้มาตรวัดความดี คนดี แบบไหน) และมีเอ็นจีโอที่น่ารัก น่าคบหา และดีด้วยอยู่เช่นกัน ที่แน่ๆ เอ็นจีโอน่าเบื่อ น่าหมั่นไส้มีเยอะค่ะ
อันที่จริงเอ็นจีโอก็ไม่อาจแบ่งหยาบๆและตายตัวแบบที่ดิฉันว่าเท่านั้นหรอกนะคะ
พวกเอ็นจีโอน่าเบื่อส่วนหนึ่งมักจะมาจากพวกที่หลงคิดเอาว่าการเป็นเอ็นจีโอหมายถึงการเป็นกลุ่มคนที่เสียสละกว่าผู้อื่น รวมทั้งสังคมก็มักยัดเยียดคุณค่าและความคาดหวังแบบนี้มาให้ด้วย โดยส่วนตัวดิฉันเชื่อเรื่องการทำหน้าที่ตามบทบาทของตนเอง ยิ่งเพื่อนที่เป็นข้าราชการแล้วยังทำหน้าที่ได้สมศักดิ์ศรี นับถือเป็นพิเศษค่ะ สำหรับตัวเองมาเป็นเอ็นจีโอไม่ใช่เพราะเลือกว่าอยากจะเป็นเอ็นจีโอ ตอนเรียนจบใหม่ๆมีพี่ในองค์กรด้านเด็กมาชวนไปทำ ยังปฏิเสธเลยค่ะ เพราะมายาคติเรื่องคนดีแบบเอ็นจีโอ แล้วตัวเองก็รู้สึกว่า ตัวเองคงดีไม่พอ ไม่เสียสละปานนั้น ยังอยากสนุกกับชีวิต แต่ในที่สุดก็หลุดมาเป็นคนในแวดวงเอ็นจีโอ เพราะงานที่อยากทำ และทำแล้วพบว่ามีความสุข ยังสนุกได้อยู่เรื่อยๆ เป็นงานในองค์กรหนึ่งที่เป็นเอ็นจีโอ ก็เท่านั้น.. และไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองต้องเสียสละมากกว่าใคร ทุกสิ่งเป็นเรื่องที่เราเลือกเองค่ะ ยังคิดว่าตัวเองโชคดีด้วยซ้ำ
ประสบการณ์รัฐประหารครั้งแรก คงทำใจยากนะคะ
ตัวเองก็ยังทำใจไม่ค่อยได้ แม้ว่าตั้งแต่เด็กมาดิฉันคุ้นเคยกับเหตุการณ์ปฏิวัติรัฐประหาร มันเหมือนเรื่องปกติธรรมดาที่จะเกิดขึ้นทุกหนึ่งหรือสองปี ทำใจไม่ได้มากๆก็ตอนเหตุการณ์นองเลือดเดือนพฤษภา ปี 35 ตอนนั้นแหละค่ะ ที่ตัวเองก็เริ่มสับสนและตั้งคำถามกับสถาบัน จำได้ว่าโกรธ อึดอัดใจ เมื่อเหตุการณ์สงบเพราะมีการไกล่เกลี่ยให้บิ๊กสุและมหาจำลอง เลิกทะเลาะกัน ดูทีวีอยู่พูดไม่ออกเลยค่ะ แต่มันก็ทำให้ซึ้งขึ้นมาบ้างว่า อ้อ ประชาชนคงเป็นเพียงเบี้ยและธุลีที่ไม่มีความหมายจริงๆ
แต่ก็พยายามจะเข้าใจ และอาจจะเป็นกลไกภายในของการมีชีวิตอยู่ให้ได้ในสังคม ท่ามกลางศรัทธาและความจงรักภักดี ที่ไม่กล้าแม้แต่จะตั้งคำถาม พยายามคิดว่า นั่น อาจจะเป็นทางยุติปัญหาที่ดีที่สุด เพราะช่วยหยุดเหตุการณ์รุนแรงไม่ให้ยืดเยื้อและเสียหายมากไปกว่านี้ ท่านคงทำดีที่สุดแล้ว และหลังจากนั้นมาสังคมไทยที่ดิฉันรู้จักก็ห่างหายจาการรัฐประหาร ทหารกลับเข้ากรมกอง เป็นทหารอาชีพ จนไม่เคยเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นในสังคมไทยได้อีกครั้ง 19 กันยา 49 ก็ต้องตาสว่างจากความเพ้อฝันที่ว่า ประชาธิปไตยในสังคมไทย หยั่งรากแล้วจริงๆในสังคมไทย เคยเชื่อว่าการที่คุณสนธิ ลิ้มฯ ออกมาปลุกกระแสปฏิวัติ น่าจะกลายเป็นการฆ่าตัวตายทางอ้อมของเค้าเอง แต่ดิฉันคงไร้เดียงสา เกินไป (เฮ้อ)
พอดีกว่า เลิกบ่นเรื่องนี้
อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะรังเีกียจการรัฐประหารเพียงใด ในฐานะสื่อสารมวลชนที่เชื่อเรื่องสิทธิเสรีภาพในการรับรู้และแสดงออก ก็ต้องเคารพต่อความคิด ความรู้สึกของคนที่ชื่นชมยินดีกับรัฐประหาร ไม่อาจแสดงความรู้สึก/ความคิดส่วนตัวออกไปในเว็บเท่าไหร่ เพราะดิฉันคิดว่า แค่นี้เราก็ถูกจ้องจับผิดและยัดเยียดข้อกล่าวหาที่น่าเบื่อแสนเซ็ง จนบางทีไม่รู้จะทำยังไง นอกจากหัวเราะใส่
พอแล้วเครียดไปแล้ว ขอโทษด้วยค่ะ อ้อ! ข้อแตกต่างของเราอีกอย่างคือดิฉันไม่เคยเลือกทักษิณเลยค่ะ แต่ก็เชื่อว่านั่นคงไม่ได้เป็นอุปสรรคที่ทำให้เราคุยกันไม่ได้ใช่มั้ยค่ะ ดิฉันยังชอบที่คุณบอกว่า It is similar to say that all rich are bad and that all poor are good. That's not true. June 01 Evening Rain
Last Saturday, my best friends and I find ourselves at quiet restuarant nearby the river. Then the rain came, the hot became warm and I felt cooler. I looked outward via the window I felt good with the view I saw so I kept it in my cellphone and love to share it with you
From a corner of small country where held the contest of the most beautiful in the world
|
|||||||||||||||
|
|